ปัญหาและการดูแลรักษา ต้นอินทผลัม / ต้นอินทผาลัม


การป้องกันกำจัดศัตรูอินทผลัม

1. โรคอินทผลัม
(1) โรคใบไหม้ (Curvularia Seedling Blight)
ลักษณะอาการ :
แผลมีลักษณะบุ๋มตรงกลางมีสีน้ำตาล ขอบแผลนูนมีลักษณะฉ่ำน้ำ รอบแผลมีวงสีเหลืองล้อมรอบ แผลรูปร่างกลมรีความยาวของแผลอาจถึง 7-8 มม. เมื่อเกิดระบาดรุนแรง แผลขยายตัวรวมกันทำให้ใบแห้งม้วนงอ และเปราะฉีกขาดง่าย การเจริญเติบโตของต้นกล้าชะงักไม่เหมาะในการนำไปปลูกในกรณีที่โรครุนแรงทำให้ต้นกล้าถึงตายได้
สาเหตุ : เชื้อรา Curvularia eragrostidis
การป้องกันกำจัด
• เผาทำลายใบ และต้นที่เป็นโรค
• พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชที่ไม่มีสารทองแดงเป็นองค์ประกอบ เช่น ไทแรม 75% WP อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5-7 วันในช่วงที่มีการระบาด

(2) โรคยอดเน่า (Spear Rot)
โรคนี้ระบาดมากในฤดูฝน เข้าทำลายต้นอินทผลัมตั้งแต่ในระยะกล้า แต่ส่วนใหญ่มักจะพบโรคนี้กับต้นอินทผลัมอายุ 1-3 ปี
ลักษณะอาการ :เกิดแผลเน่าสีน้ำตาลดำขอบแผลลักษณะฉ่ำน้ำที่บริเวณใกล้ ๆ โคนใบยอดที่ยังไม่คลี่ บางครั้งจะพบอาการเน่าดำเริ่มจากปลายใบย่อยที่ยังไม่คลี่ จากนั้นแผลเน่าดำจะขยายทำให้ใบยอดทั้งใบเน่าแห้งเป็นสีน้ำตาลแดง สามารถดึงหลุดออกมาได้ง่าย
สาเหตุ :ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่จากการแยกเชื้อพบเชื้อโรคพืชหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกเชื้อราฟิวซาเรียม (Fusarium spp.) และเชื้อแบคทีเรียพวกเออร์วิเนีย (Erwinia sp.)
การป้องกัน และกำจัด
• ดูแลบริเวณโคนต้นอินทผลัมอย่าให้มีวัชพืชปกคลุมเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และเป็นที่หลบซ่อนของแมลงที่จะไปกัดบริเวณส่วนยอด ทำให้เกิดแผลซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อจุลินทรีย์เข้าทำลายได้ง่ายขึ้น
• ในกรณีที่มีการระบาดของโรคเกิดขึ้นควรตัดส่วนที่เป็นโรคออกให้หมด แล้วราดบริเวณกรวยยอดของต้นที่เป็นโรคด้วยสารเคมี เช่น สารไทแรม (Thiram) อัตรา 130 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรือสารแมนโคเซ็บ (Mancozeb) อัตรา 150 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบทุก ๆ 5-7 วัน

(3) โรคใบจุด
Graphiola (Graphiola Leaf Spot)
โรคใบจุด Graphiola เป็นโรคใบที่เกิดจากเชื้อรา Graphiola phoenicis

              โรคใบจุด 
Graphiola (Graphiola Leaf Spot)

โรคนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “False Smut” แหล่งระบาดของโรคเชื้อราชนิดนี้สามารถเกิดได้ทุกภูมิภาคที่มีการปลูกพืชปาล์มตระกูล จากการศึกษาโรคชนิดนี้ในรัฐฟลอริด้า พืชตระกูลปาล์มทุกชนิดมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเชื้อราชนิดนี้ แต่จะเกิดมากที่สุดกับปาล์ม 2 ตระกูล คือ ตระกูล Phoenix canariensis (ปาล์มประดับ Canary lsland) และตระกูล Phoenix dactylifera (อินทผลัมพันธุ์ทานผล)

**ลักษณะอาการ**
อาการของโรคดังกล่าวสามารถสังเกตเห็นได้ง่ายๆ คือ อาการเริ่มแรกของโรคมีขนาดเล็กมาก(ขนาดประมาณ 1/32 นิ้ว หรือมีขนาดเล็กกว่านั้น) เกิดเป็นจุดสีเหลือง หรือสีน้ำตาล หรือสีดำ ทั้งสองข้างของใบ อาการเริ่มแรกนี้ หากไม่สังเกตอย่างละเอียดแทบมองไม่เห็นเลย เชื้อราจะเริ่มโผล่มาจากเส้นใยของผิวใบ เมื่อเชื้อราชนิดนี้เจริญเติบโตมากขึ้น จะเริ่มปรากฏให้เห็นบริเวณผิวใบที่ได้รับผลกระทบซึ่งมีขนาดเล็กมาก (1/16 นิ้ว) จะเป็นจุดสีดำบนผิวใบ (อย่างไรก็ตาม การสังเกตอาการเบื้องต้นของสีบนผิวใบ อาจจะเป็นผลจากการขาดธาตุโพรแตสเซียมก็ได้ ให้ดูองค์ประกอบอื่นควบคู่ไปด้วย) ลักษณะของเชื้อราที่ทะลุใบขึ้นมามีลักษณะเหมือนรูปถ้วย มีเส้นใยเล็กๆ สีเหลือง คล้ายเส้นด้ายโผล่ขึ้นมา เพื่อช่วยกระจายสปอร์ออกไป เมื่อกระจายสปอร์ออกไปแล้วเส้นใยเล็กๆจะยุบลงเป็นสีดำ และเมื่อโรคได้ระบาดเต็มที่แล้ว ผงจุดที่โผล่ขึ้นมาจะมองเห็นชัดเจน รวมทั้งสามารถสัมผัสได้ด้วยมือ
มีการบันทึกไว้ว่าอาการของโรคชนิดนี้เมื่อเกิดแล้วเป็นเพียงแค่บนจุดบนผิวใบเท่านั้นทำให้ใบดูแปลกไป ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นโดยรวม หากเปรียบเทียบกับการขาดธาตุอาหาร เช่น ขาดโพแทสเซียม หรือขาดแมกนีเซียม เป็นต้น ซึ่งการขาดธาตุอาหารมีผลกระทบต่อต้นมากกว่าโรคนี้ สำหรับอาการของโรคที่ลามต่อเนื่องถึงกับทำให้ต้นโทรมหรือถึงตายไปนั้นเพราเกิดจากสาเหตุอื่นเกิดขึ้นไปพร้อมกันไปด้วย ขาดน้ำ หรือขาดธาตุอาหารด้วย จึงทำให้ต้นถึงตาย

**การป้องกัน**
สำหรับการจัดการกับเชื้อราใบจุด Graphiola นั้นในฟลอริด้า สหรัฐอเมริกาได้ศึกษาเพื่อจะหาวิธีจัดการกับโรคใบจุดชนิดนี้ของปาล์มตระกูล “Phoenix dactylifera” ซึ่งเป็นอินทผลัมพันธุ์ทานผล ( Date palm) โดยมุ่งศึกษาเพื่อหาวิธีไปที่อินทผลัมในแคลิฟอร์เนียเป็นสำคัญ เพราะฟลอริด้านำเข้าพันธุ์อินทผลัมมาจากแคลิฟอร์เนียเสียเป็นส่วนใหญ่ (รัฐแคลิฟอร์เนียนี้ถือเป็นรัฐที่มีการปลุกอินทผลัมกันมาก เพราะเป็นพื้นที่ทะเลทราย อินทผลัมที่มีการปลูกมากที่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย คือ พันธุ์ Medjool , Deglet Nour, Zahadi ผลผลิตจากรัฐนี้คิดเป็นอัตราส่วนดังนี้ Deglet Nour 75 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็น Medjool และ Zahadi Zahadi 20 เปอร์เซ็นต์) ในแคลิฟอร์เนียนั้นโรคใบจุด Graphiola ไม่ได้เป็นปัญหาเนื่องจากสภาพอากาศแห้งเป็นทะเลทราย ตรงข้ามกับรัฐฟลอริด้าที่มีฝนมาก อากาศร้อนชื้น อินทผลัมที่อยู่ในแคลิฟอร์เนียจึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคใบจุด แต่จะได้รับผลกระทบจากโรคเมื่อย้ายไปปลูกที่ฟลอริด้า เพียงเพราะมีการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ การศึกษาเรื่องนี้ในฟลอริด้าจึงเริ่มขึ้น
การศึกษาเพื่อหาพันธุ์ที่ต้านทานโรคใบจุดได้มีการศึกษาใน 3 ชนิดนี้ คือ Medjool , Deglet Nour, Zahadi จากการศึกษาครั้งนี้ พบว่าอินทผลัมพันธุ์ทั้ง 3 พันธุ์มีความอ่อนไหวต่อโรคนี้มาก ความรุนแรงของโรคที่ระบาดในต้นอินทผลัมขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นนั้นๆ ทั้งมีการตั้งข้อสังเกตุว่าโรคใบจุด Graphiola จะรุนแรงในแถบชายฝั่งตะวันตกมากกว่าชายฝั่งตะวันออก ในรายงานของการศึกษาดังกล่าว พบว่าอาการของโรคได้รุนแรงมากขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ชื้น การลดระดับความชื้นลงจะทำให้ความรุนแรงของโรคลดลงไป และการลดระดับของโรคจะมีผลดีที่สุดในการปลูกเรือนเพาะชำที่มีความโปร่งแสง ป้องกันน้ำฝนและน้ำค้างระยะห่างระหว่างเรือนเพาะชำควรมีความห่างทั้งจากต้นอินทผลัมเองและพืชอื่นๆ ที่ปลูกร่วมกัน ไม่ควรวางชิดกัน เพื่อเพิ่มช่องการไหลเวียนของอากาศ ควรตั้งระบบฉีดน้ำด้านบนและไม่ควรให้โดนน้ำค้าง ในส่วนของการตัดใบที่เป็นออก เพื่อจะลดการระบาดของโรคลง ในการศึกษาครั้งนี้ไม่แนะนำให้มีการตัดใบที่เป็นโรคออกไป โดยเฉพาะต้นที่ขาดธาตุโพแทสเซียม อาจจะได้รับผลกระทบจากการตัดใบออก ถ้าตัดใบออกต้องแน่ใจว่า ต้นอินทผลัมได้รับธาตุโพแทสเซียมเพียงพอเท่านั้น
การจำกัดหรือยับยั้งเชื้อราชนิดนี้ คือ พ่นยาฆ่าเชื้อรา methyl , copper hydroxide หรือ copper oxychloride จะมีประสิทธิภาพมาก ควรใช้สเปรย์พ่นทางใบ และควรมีโปรแกรมการพ่นยาฆ่าเชื้อราให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไม่ลุกลามไปยังใบใหม่ๆ ที่ยังไม่ติดเชื้อ ควรฉีดพ่นยาให้ตรงกับการเปิดดอกของสปอร์ ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าควรเป็นช่วงใด

2. แมลงศัตรูอินทผลัม
(1) หนอนหน้าแมว (slug caterpillar, Darna furva)

เป็นหนอนของฝีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก จัดอยู่ในกลุ่มหนอนร่านชนิดหนึ่ง และมีความสำคัญอย่างมาก สามารถทำให้อินทผลัมเสียหายอย่างรุนแรงเมื่อเกิดการระบาดขึ้น โดยหนอนจะกัดทำลายใบจนเหลือแต่ก้านใบ ทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต หนอนหน้าแมวมีระยะไข่ 4-5 วัน ระยะหนอน 30-40 วัน ระยะดักแด้ 9-14 วัน ระยะตัวเต็มวัย 6-11 วัน


วิธีการป้องกันกำจัด
• สำรวจแมลงในพื้นที่เป็นประจำ เพื่อวางแผนการกำจัดไม่ให้แมลงขยายพันธุ์ เพิ่มขึ้น
• จับแมลงทำลายโดยตรง อาทิ เช่น จับผีเสื้อในเวลากลางวัน เก็บดักแด้ตามคอปาล์ม และถ้าพบหนอนปริมาณน้อยสามารถกำจัดทำลายโดยตรงทันที
• สามารถใช้กับดักแสงไฟนีออนสีขาว หรือหลอด Black Light วางเหนืออ่างพลาสติกที่มีน้ำผสมผงซักฟอก โดยให้หลอดไฟอยู่ห่างจากน้ำประมาณ 5-10 ซม. ดักผีเสื้อในช่วงเวลา 18.00-19.00 น.
• เลือกใช้สารฆ่าแมลงที่มีผลกระทบต่อแมลงที่มีประโยชน์ในสวนอินทผลัมน้อยที่สุด

(2) ด้วงกุหลาบ (rose beatle, Adoretus compressus)

เป็นแมลงปีกแข็งขนาดเล็ก สีน้ำตาล ตัวเต็มวัยจะเข้ากัดทำลายใบของต้นอินทผลัมขนาดเล็กที่เพิ่งปลูกใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการบุกเบิกใหม่ ถ้ารุนแรงทางใบจะถูกทำลายจนหมดเหลือแต่ก้านใบ ทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต ด้วงจะเข้ากัดกินในช่วงเวลากลางคืนเท่านั้น
วิธีการป้องกันกำจัด
เนื่องจากจะพบรุนแรงในระยะเริ่มปลูกลงในแปลงใหญ่ ซึ่งสามารถใช้สารฆ่าแมลงประเภท carbaryl (Sevin 85% WP) อัตรา 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร carbosulfan (Posse 20% EC) อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7-10 วัน

(3) ด้วงแรด ลักษณะการทำลาย ตัวเต็มวัยจะเจาะใบอินทผลัมที่บริเวณ โคนทางใบที่ 2 หรือที่ 3 ทะลุเข้าไปถึงยอดอ่อนตรงกลางหรือทำลายบริเวณยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่ทำให้ใบอินทผลัมที่คลี่แตกใบใหม่ขาดแหว่ง มีลักษณะ
เป็นสามเหลี่ยมคล้ายถูกกรรไกรตัด ถ้าด้วงกัดกินทางใบจะทำให้ทางใบพับ อินทผลัมชะงักการเจริญเติบโตและอาจเป็นเหตุให้โรคและแมลงศัตรูชนิดอื่นเข้าทำลายต่อไป

 

การป้องกันกำจัด
โดยวิธีเขตกรรม คือ การกำจัดแหล่งขยายพันธุ์ โดยเผาหรือฝังซากตอหรือลำต้นของอินทผลัม และเกลี่ยกองซากพืชหรือกองมูลสัตว์ให้กระจายออกโดยมีความหนาไม่เกิน 15 ซม.
โดยชีววิธี โดยใช้เชื้อราเขียว (Metarhizium anisopliae) สร้างกับดักราเขียวโดยใช้ขุยอินทผลัมที่หมักแล้วผสมกับหัวเชื้อราเขียวเพื่อล่อให้ด้วงแรดมาวางไข่ เมื่อไข่ฟักเป็นตัวอ่อนจะถูกเชื้อราเขียวเข้าทำลายและตายในที่สุด
ใช้ทรายหรือสารคาร์บาริล (เซฟวิน 85%WP) ผสมขี้เลื่อยในอัตรา สารฆ่าแมลง 1 ส่วน ต่อ ขี้เลื่อย 33 ส่วน ใส่รอบยอดอ่อน ซอกโคนทางใบเดือนละครั้ง หรืออาจใช้สารไล่แนพทาลีน บอล (ลูกเหม็น) อัตรา 6-8 ลูกต่อต้นโดยใส่ไว้ในซอกโคนทางใบ•       กำจัดแหล่งขยายพันธุ์ ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยเป็นที่อยู่ของไข่ หนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย แหล่งขยายพันธุ์ได้แก่ ซากเน่าเปื่อยของลำต้น ตอของต้นปาล์ม ซากชิ้นส่วนของพืชที่เน่าเปื่อย กองปุ๋ยหมัก กองปุ๋ยคอก ซากทะลายอินทผลัม และกองขยะเป็นต้น ใช้ฮอร์โมนเพศ (ฟีโรโมน)เป็นกับดักล่อตัวเต็มวัยมาทำลาย ขณะนี้สามารถสังเคราะห์และผลิตเป็นรูปการค้า

(4) ด้วงงวงมะพร้าว ลักษณะการทำลาย ด้วงงวงมะพร้าวจะขยายพันธุ์อยู่ภายในคออินทผลัมและพบบ้างที่โคนลำต้น ทำให้ต้นตาย อาการบ่งชี้ที่แสดงว่าต้นถูกด้วงงวงทำลาย คือ ยอดอ่อนเหี่ยวแห้งใบเหลือง
การป้องกันกำจัด
ป้องกันกำจัดด้วงแรดอย่าให้เข้าทำลายอินทผลัมเพราะรอยแผลที่ด้วงแรดเจาะจะเป็นช่องทางให้ด้วงงวงเข้าวางไข่และทำลายจนต้นตายได้


ถ้าพบรอยแผล รอยเจาะและยอดอ่อนที่ยังไม่เหี่ยว ให้ใช้เหล็กยาวปลายเป็นตะขอแทงเข้าไปเกี่ยวเอาตัวหนอนทำลาย และทาบริเวณรอยดังกล่าวด้วยสารทาร์ ซึ่งเป็นส่วนผสมของน้ำมันเครื่อง1 ลิตร ผสมกับกำมะถันผง 100 กรัม คนให้เข้ากัน เพื่อป้องกันไม่ให้ด้วงงวงเข้าทำลายซ้ำ
ดูแลทำความสะอาดแปลงอินทผลัม ถ้าพบมีการทำลายให้ใช้สารฆ่าแมลง เช่น คลอร์ไพริฟอส (ลอร์สแบน 40% EC) อัตรา 80 มล.ต่อน้ำ 20 ลิตรทำลายต้นอินทผลัมที่มีหนอนด้วงงวงอยู่ หรือทำลายตัวหนอนเพื่อมิให้แพร่พันธุ์ต่อไป

 


บริการจัดส่งถึงบ้าน รับประกันความพอใจ

เรามีบริการจัดจำหน่าย ปลีก ส่ง ต้นกล้าอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสายพันธุ์ดี ทั้งหน้าร้านและบริการจัดส่งถึงบ้านและสวนของท่าน

ต้นกล้าอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากสวนของเราทุกต้นได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและมี
การฉีดยากำจัดเชื้อราก่อนส่งมอบให้ลูกค้า สนใจสั่งซื้อต้นกล้าอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ นำเข้าจากต่างประเทศ ติดสอบถามได้ที่เบอร์โทร. 084-653-0343 | 086-563-3630 | 090-631-6380

 

คลิ๊กเพื่อเยี่ยมชมผลงานของเรา

 

 

คำสืบค้น : อินทผลัม, อินทผาลัม, ต้นกล้าอินทผลัม , ต้นกล้าอินทผาลัม, อินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อ,
อินทผาลัมเพาะเนื้อเยื่อ, พืชเศรษฐกิจ, พืชทนแล้ง, พืชน่าปลูก, พี่ชทำเงิน, พืชความหวัง, พืชต่างประเทศ, บาฮี, บาร์ฮี, บาร์ฮิ, บาฮิ, เมดจูล, เม็ดจูล, เม็ดจูน, เมดจูน, ชิชิ, คาดาวี่,ชัลตาน่า, คาลาส, ซูกการี่,ซักการี่, อัจวาห์,อัจวา, คาลาส, อบูมาน, อาบูแมน,นาวาเดอร์, แซกไก,ซาไก, โคไนซี่, อัมเอ็ดดาฮาน, กานามิ, กานามี่, datepalm, date palm, datepalmtree, datepalm tree, date palm tree, datepalm tissue, date palm tissue culture, datepalm tissue culture, SHEISHI, KADRAWY, SULTANA, KHALAS, BARHI, SUKKARI, AJWAH, KHALAS, MEDJOOL, ABU MAAN, NAWADER, SAGGAI, KHONEIZI, KHONAIZI, KHENEIZI, UM ED DAHAN, GHANAMI (MALE)